หน้าเว็บ

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผู้นำ ผู้ตาม

        ผู้นำทางการศึกษา คือผู้บริหาร ที่เราเข้าใจกัน ผู้ตามก็คือ ผู้ที่ทำงานร่วมกัน คณะครู นักการ ครูธุรการ ครูพี่เลี้ยง พนักงานราชการ รวมไปถึงอัตราจ้าง บทบาทผู้นำ คือ ต้องนำทางสู่เป้าหมายทางการศึกษา ต้องประคับประครองคุณภาพทางการศึกษาไม่ให้เดินหลงทาง ผู้ตามร่วมปฏิบัติตาม แต่ในการปฏิบัติตามบางครั้งก็มีจุดสะดุด มาจากความไม่เข้าใจในการทำงาน มอบงานอย่างไม่เข้าใจ  ทำงานแบบไม่เข้าใจ  ต่าง ๆ นานา  แล้วตรงไหนจะเข้าใจ ถ้าเราไม่เข้าใจในบทบาทเสียก่อน คนเราหากเข้าใจบทบาทว่าเรามีบทบาทอย่างไร เราสามารถที่จะทำงานโดยไม่มีผู้บริหารก็ได้ ถ้าเข้าใจในการทำงานดีพอ......แต่ไม่เป็นอย่างงั้นเสมอไป  เพราะบางคนอาจหมายถึงผู้บริหารเอง  ตัวผู้ปฏิบัติเองไม่เข้าใจบทบาทที่ดีพอ บางท่านชอบบอกชอบสอนผู้บริหาร เป็นทิศทางย้อนศร ถ้าสร้างสรรค์แล้วคงไม่มีใครว่าได้ แต่ทำไมเราไม่คิดมุมกลับ ว่าการปฏิบัติงาน ปฏิบัติตน เราต้องฟังนโยบายก่อนว่าเป็นอย่างไร เราถึงจะวางบทบาทตนเองได้ถูก และการทำงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี  การเสนอความคิดเห็นที่อยู่ในกรอบ การมีสัมมาคาวะต่อผู้นำ การอ่อนน้อม การทำตาม คิดว่ายังไม่เป็นการเชยจนเกินไป ยังใช้ได้ดี เพราะการปฏิบัติงานเช่นนี้เป็นการทำงานอย่างมีเสน่ห์  ทำงานอย่างมีความสุข  ความคิดเห็นที่แตกต่างต่างคนต่างถกเถียง คนกลางที่แต่งตั้งมาบริหารมาดูแล คือ ผู้นำ ผู้ตามหากคิดเห็นแบบเชื่อมั่นในตนจนมองข้ามความเป็นกรอบเป็นนโยบายอยู่ตลอดเวลา  ถามว่าเราจะแล่นเรือแห่งคุณภาพทางการศึกษาไปทางไหน หากคุณไม่มั่นใจในผู้นำ ไม่ศรัทธาในผู้นำของคุณ ครูใช้คำว่าสอนกับนักเรียน  ผู้นำสอน อบรม ชี้แนะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ตาม ตามครรลองนโยบายและการปฏิบัติที่เขาได้ผ่านการอบรมมาระดับหนึ่ง  ผู้ตามมีสิทธิในการเสนอความคิดเห็นได้หลากหลายแต่ภายใต้กรอบที่ควรต้องปฏิบัติร่วมกันที่เรียกว่านโยบาย  หากใช้คำเพี้ยนจากเสนอเป็นสอนผู้นำ...ท่านมั่นใจใช่ไหมว่าท่านมีแบบอย่างที่เป็นเสน่ห์มากพอจะสอนเขาได้.....ลองหยุดคิดให้ดี....เพราะบทบาทผู้นำ...ผู้ตาม...ถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดี...ผ่านการอบรมหลายสนามทุก ๆ คน ทั้งผู้นำและผู้ตาม  ความคาดหวังลึก ๆ ก็เพียงเราเข้าใจบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน...งานและเป้าหมายการศึกษาก็อยู่ไม่ไกล....หรอกท่าน.......ขอให้ทำงานอย่างมีเสน่ห์ทั้งในกรอบและนอกกรอบงานที่ท่านจะเดิน....ก็..O.K...แล้ว...

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เสียงปืน..กับเป้าหมายทางการศึกษา

            เสียงผู้คนอพยพ...หนึ่งในจำนวนนั้นมีเราด้วย...ใครจะชอบเสียงปืน..เสียงระเบิด...เสียงเครื่องบินนานาชนิดที่บินเวียนวนอยู่.....ชีวิตต้องรักษาทุกคน  แต่รักษาเพื่ออะไร...ถ้าไม่ใช่เพื่อเป้าหมายทางการศึกษาที่ทุกวันนี้เราต้องสอนกันท่ามกลางเสียงปืนที่อยู่รอบข้าง....วันดีคืนดีไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น....ภาพที่มองเห็น...เป้าหมายที่สำคัญ...พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกมาโรงเรียน..ด้วยความเป็นห่วงในชีวิตของเด็ก ๆ....เมื่อมาเรียน...ได้เป้าหมายตรงที่..สอนไม่เต็มวันต้องเอาเวลาไปเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา...ทั้งกับนักเรียน..กับคณะครู...เราก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน..จริงไม๊....ฝ่ายตรงข้ามส่งเสียงปืนก็ย่อมมีเป้าหมายของเขา....เสียงปืนของเราก็มีเป้าหมายได้ต่าง ๆ นานา....แต่ท่ามกลางเสียงปืนเช่นนี้เป้าหมายทางการศึกษาจะอยู่ตรงไหน...ท่ามกลางความตระหนกตกใจของครู..ผู้สอน...นักเรียน..ผู้เรียนที่เรียนแบบไม่มีสมาธิ...ไม่มีความสุขเลย...เวลาที่เขาเคยเล่นกลางแจ้งซึ่งเป็นวิชาสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมนุษย์..เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิต...มีเวลาน้อยลง ๆ ...ตามสถานการณ์...สงสารเขาจัง...เรียน...เล่นไม่เต็มที่.....หากการศึกษามีความมหัศจรรย์อยู่บ้างก็อยากจะภาวนาให้...เสียงปืนจงเป็นเสียงของการสนทนาที่ดีต่อกัน...เปลี่ยนเป้าหมายของการรบราฆ่าฟัน...เป็นเป้าหมายในการสร้างมิตรไมตรี..สร้างคุณภาพทางการศึกษาร่วมกันจะดีกว่า...แล้วเปิดเทอมหน้าโรงเรียนข้าพเจ้าต้องรองรับการประเมินภายนอกรอบสาม....ถามว่าท่านผู้ประเมินจะยึดค่าเฉลี่ย...หรือการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน.....หรือเกณฑ์ตามสถานการณ์.....ถ้าเป็นเกณฑ์หลังสุดเราเตรียมการเรียบร้อยแล้ว...และเชื่อมั่นว่าผ่าน..แน่นอน!.......ถ้าเป็นเกณฑ์อื่นเราต้องพัฒนากันขนานใหญ่ว่าเป้าหมายทางการศึกษาเราต้องยึดปลายเสียงปืนที่ดังสนั่นจุดไหนกันแน่...เราเดาไม่ถูกเพราะมีมากเหลือเกินและมีอยู่ตลอดเวลา...เราไม่มีจิตใจที่นิ่งพอจะค้นหาจุดที่แท้จริงได้....เพราะเสียงปืนกับเป้าหมายทางการศึกษาไปด้วยกันไม่ได้เลย.....พระเจ้า!

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

ปลาช่อนระดับชาติ

           เข้าใจว่าต้องเป็นความประทับใจของผู้สร้างผลงานชิ้นนี้แน่นอน...อาจจะมาจากความสามารถในการจับปลาช่อนตัวใหญ่ที่หลบซ่อนในกิ่งไม้มาได้   หรือไปเห็นภาพปลาช่อนที่ชอบอาศัยอยู่ในตอไม้  หรือนี่คือสื่อที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นธรรมชาติ  หรือ......อีกมากมายที่เราจะคิด...แต่เป็นภาพที่บ่งบอกถึงความสามารถในการคิดที่สร้างสรรค์...ความเป็นธรรมชาติที่เป็นจริงได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน...สมจริงสมจัง....เป็นภาพ....แต่ดูมีชีวิตจิตใจที่แท้จริง.....ทำได้ไง...น่าทึ่งในฝีมือ...ในความคิดที่แยบยน....เป็นความคิดที่สร้างสรรค์กลั่นมาจากความรู้สึกจริง ๆ ........จนสามารถชนะใจคณะกรรมการระดับประเทศได้...ขอยกย่องชมเชยและขอปรบมือให้ดัง ๆ .......ในรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้....รางวัลชนะเลิศระดับชาติ......ศรีสะเกษเขต 4  อีกแล้วที่ทำได้......มองเห็นว่า.....ความรับผิดชอบของคุณครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนจนได้รับรางวัล....มองเห็นผู้บริหารที่มีการจัดการเป็นเลิศเพราะกว่าจะถึงจุดนี้คงเหนื่อยไม่ใช่น้อย...ท่านทำได้สำเร็จแล้วล่ะ...ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย...สุด...สุด....และมองเห็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 4  รองผู้อำนวยการเขตฯทุกท่าน....ศึกษานิเทศก์  เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เกี่ยวข้องได้ให้กำลังใจมาโดยตลอด.....ซาบซึ้งใจในครั้งนี้ขอมอบให้แก่..โรงเรียนบ้านสวนกล้วยเต็ม ๆ รวมไปถึงทุกเหรียญทุกรางวัลที่ได้มาด้วยฝีมือและศักดิ์ศรีจริง ๆ ...เรา...ฐานะสมาชิกเขต 4  ...บอกคำเดียวว่า......"ปลื้ม"....และจะขอเป็นเสี้ยวหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเช่นกัน.......ขอบคุณอีกครั้งกับแบบอย่างที่เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน................ 

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

นักเขียนอิสระ...กับกำลังใจที่มอบให้กับทุกคน

           ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมและอ่านบทความ...จากนักเขียนอิสระ......เป็นสิ่งที่ต้องการเขียนเพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน....ท่านที่ผ่านมาพบก็เสมือนเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนมือใหม่คนนี้เช่นกัน....คือรับรู้...รับทราบในความคิด....ความรู้สึกจากมุมมองเล็กๆ ที่ต้องการสะท้อน....แลกเปลี่ยน...มากกว่า....ผิดถูกก็สะท้อนโต้ตอบได้อิสระเช่นกัน....อย่างน้อยก็คือความจริงใจนั่นเอง....ขอบคุณมากที่เพื่อน(เรียกว่าเสี่ยวใช่ไหมที่ผูกแขนและเป็นเพื่อนที่รักและจริงใจต่อกันเสมอไม่เปลี่ยนแปลง...)  ได้ติดตามให้กำลังใจเสมอมา....ขอบคุณจริง ๆ.....ไม่ค่อยได้พบกัน...แต่พบกันทีไร...ใบหน้าของเพื่อนจะยุ่งไปด้วยงานที่บริการและช่วยเหลือเพื่อนครูเราด้วยเสมอ....อย่างไงก็รักษาสุขภาพด้วย..เพราะเราเป็นคนเพื่อส่วนรวม.....เวลาของเราจะมีเพื่อคนอื่นมากกว่าตนเองเสมอ...เหมาะสมกับบุคลิกเรา...ที่เขาไว้วางใจแล้วล่ะ.....น้อยคนที่จะมาถึงจุดนี้ได้.....ท่านทำได้แล้วและจะทำได้ต่อไป.....เชื่อมั่นเช่นนั้น..และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน..เสี่ยว...คนนี้เสมอ....

             กล้วยไม้ออกดอกช้า...ตะไคร้นั่นหนามิใคร่เห็นดอก...ตะบองเพชรใบเล็กแหลมอยู่ได้บนทะเลทรายมาแรมรอน.......ความดีของบุคคลย่อมผุดซ้อนแผ่ขยายได้.....ด้วยอาสา...บริการอย่างมุ่งมั่น  จริงใจ  มั่นคง.....เสมอแล.....

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ดีเด่นสม่ำเสมอ

           เสียงสะท้อนวันครู.....ส่งดีเด่นไม๊...ส่ง!...อื้อ...ดีนี่....แต่บางคนว่าไม่ได้ส่ง....ทำไมล่ะไม่พร้อมเหรอ?....คำตอบที่มากมาย.....ไม่พร้อมจริง ๆ....เวลากระชั้นไปเตรียมตัวไม่ทัน...เคยได้แล้วพอแล้วล่ะ....ถ้าทำก็ได้อยู่แล้ว..แน่ะ..ว่าไปนั่น..ก็คงได้จริง ๆ นั่นแหละ......แต่ที่สะดุดใจก็คือ...ได้ดีเยี่ยมแล้วกลัวประเมินครั้งนี้แล้วตกไปดีเด่น!....รับไม่ได๊ค่ะ...รับไม่ได้.....ฟังแล้วก็ขำ.....ขำในการคิดที่แตกต่างหลากหลาย...จริง ๆ แล้ว...คุณครูอย่าไปกลัวตกอันดับกันอย่างนั้น...ถามว่า...ถ้าสมมติตกไปแค่..ดี!!....อย่างเดียวจากที่เคยดีเยี่ยมมา...คุณครูไม่ใช่คนดีแล้วหรือ......ไม่ใช่แน่นอน....คุณครูก็ยังเป็นคนดีอยู่เสมอ...แม้คุณครูจะได้รางวัลขั้นชมเชยคุณครูก็ยังเป็นคนดีเสมอ...เพียงแต่...เพียงแต่....คุณครูทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย..มองเห็นก็เห็นอยู่หรอกว่าทำดี..เพราะเราทุ่มเทเพื่อเด็กมาตลอด...เราปิดทองหลังพระกันมาตลอด....ความดี..ความเด่นเรามีมาเสมอต้นเสมอปลาย...วันครู...เป็นวันที่เราสามารถประกาศคุณความดีของตนเองได้..ไม่ใช่โอ้อวด..แต่ประกาศความดีที่ทุกคนสามารถจะเอาไปเป็นแบบอย่างได้...เราควรให้รางวัลความดีกับตัวเราบ้าง..เผื่อว่าความดีที่เราประกาศในวันนี้ผู้สนใจหรือคนที่เรารู้จักจะได้ชื่นชม...ได้ยินดี...ได้พึ่งพาในความสามารถของท่านที่ดีเด่นในวันนี้...ดีอย่างไรก็ช่าง!!...เป็นความดีที่บริสุทธิ์...ดีด้วยฝีมือ...บอกเลยว่า...ใคร!...ที่ไม่มีความดีสะสมมาตรงนี้จะกล้าสามารถประกาศความดีเนื่องในวันครูได้...ท่านต้องมีความดีสะสมมานาน...และสม่ำเสมอ....ประกวดเถอะท่าน....และดีไหนก็ช่าง!...รั๊บได้โม๊ด.....นั่นคือ...สุดยอดความดี....เรามีดี...กลัวอะไร...ประกาศให้โลกรู้และประจักษ์....ฉันมีดีอย่างสม่ำเสมอ...เป็นรางวัลชีวิต...รางวัลของคนทำงาน.....เหนื่อยก็  5  ปี..ค่อยพักครั้งหนึ่งก็....O.K  อยู่นะ......ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนและทุกความดี..

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

วันของครูบ้างล่ะ

            ทุกคนทำงานมาโดยตลอด  เป็นระยะเวลานาน...เพื่อเด็กนักเรียนที่จะต้องมุ่งเข้าสู่เป้าหมายที่เรียกกันว่า "คุณภาพทางการศึกษา"  โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าครูจะเหน็ดเหนือยกันแค่ไหนหรือเปล่า....เพราะเท่าทีสังเกตดู  วันที่ครูจะมีอิสระหรือพักผ่อนได้บ้าง(ว่างจากสอน)ก็คือ  การพานักเรียนไปทัศนศึกษา คือ ไม่ต้องสอนไง  ครูได้พักผ่อน  สนุกสนานเฮฮา  ใครคิดเช่นนี้..นับว่าสุดยอด...คุณไม่เข้าใจเขาอย่างสุดซึ้ง  เพราะการพานักเรียนไปเช่นนั้นต้องยากลำบาก  ต้องควบคุมให้เกิดความเรียบร้อย ต้องระวังภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง  บางท่านก็ว่า  ถ้างั้นก็สบายในการเข้าค่ายลูกเสือ...ยิ่งแล้วใหญ่...ภาวะเสี่ยงสูงมาก!  ต้องเตรียมฐานที่เสริมความรู้อย่างมั่นคง..ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัดแต่ผลต้องออกมาดีนักเรียนรู้และมีความสุข...เพราะสิ่งไม่ได้สอนในความคิดของท่าน  คือการสอนโดยปฏิบัติต้องมีความเข้มข้นในการควบคุมดูแล...ซึ่งครูก็ทำได้ดีเสมอ..ครูทำได้ทุกอย่าง.....
             ดังนั้น..วันครู....ข้าพเจ้าหวังว่าเราจะเข้าใจเขาทั้งหลาย..."ครู"...ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อนักเรียน..เป้าหมายทางการศึกษา...เขาเหนื่อยมามาก...เพียงเนื่องในวันครู...ให้เขาได้พักผ่อนบนความสนุกสนาน...ข้าพเจ้าเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ คงคิดและทำได้เพียงน้อยนิด  ท่าน...ผู้ทรงด้วยบารมี  ผู้ผลักดันมาโดยตลอดทุกท่าน..หากท่านเห็นความสำคัญเช่นข้าพเจ้า..ก็อยากวิงวอนว่า...วันของครู.....ให้เขาได้มีความสุขสนุกสนาน...ตามที่เขาต้องการมากที่สุด...ให้ในสิ่งที่เขาถูกใจที่สุด....ถ้าถามข้าพเจ้าว่า..สิ่งนั้นคือ อะไรหรือ.....ตอบว่า...การให้ความสำคัญในความหมายว่าครูเขาควรจะได้..นั่นแหละ...เหมาะสมที่สุด....เพราะฉะนั้นวันครูต้อง!....เป็นวันของเขาตามที่เขาอยากจะเป็น....ขอบคุณค่ะ......

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

งานหลายด้าน

            มองในเชิงบวกไว้ก่อนว่าถ้าคนเราปฏิบัติงานได้หลาย ๆ ด้านย่อมได้เปรียบเพราะได้ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย  เพราะงานก็เป็นครูประเภทหนึ่งเช่นกัน  คนเราจะเก่งได้ย่อมหมายถึงเก่งงานเนื่องจากงานสามารถบ่งบอกความสามารถของคนทำได้ว่ามีความสามารถได้มากน้อยขนาดไหน  บางคนมีงานน้อยแต่ต้องการประสบการณ์มากก็ใช้วิธีอาสาช่วยทำงานเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่จะได้ก็มี  บางคนขอร่วมปฏิบัติงานด้วยซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ในงานแต่ละบุคคล  แต่....มีความเชื่ออยู่ว่าคนที่สามารถทำงานได้มากได้หลากหลาย  บุคคลผู้นั้นต้องมีการวางแผนการทำงานที่ดีมากจึงสามารถทำงานได้มาก ๆ อย่างมีคุณภาพ  สมกับคำกล่าวที่ว่า  "วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" จริง ๆ....และท่านรู้หรือไม่ว่า...ผลของงานที่ออกมาดีจะเป็นดัชนีที่ชี้ว่าท่านมีประสิทธิภาพในการทำงานไปด้วยในตัว.....ดีใจด้วยที่คุณทำได้เช่นนั้น....