หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กีฬาเป็นกีฬาจริง ๆ

โรงเรียนชนะใช้กิจการกับปี  2554  ปีแห่งคุณภาพผู้เรียน...เราได้ทำอะไรกันไว้บ้างกับปีแห่งคุณภาพ...ซึ่งคำว่าคุณภาพ ย่อมหมายถึงผู้เรียนแน่นอน...เพราะฉะนั้น...คุณภาพต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนต้องดี...เก่ง...และมีความสุขน่ะสิ...ใช่ ! เลย...เราสร้างและทำได้แล้วทั้งวิชาการ...กีฬา..โดยเฉพาะด้านวิชาการ...เป็นผลพิสูจน์แล้วว่าเราได้คุณภาพเพราะผ่านการประเมินภายนอกรอบสาม...แม้จะแบบเฉียดฉิว..แต่เราก็ผ่านแล้ว...มีค่ะ..พอใช้ในระดับขั้นพื้นฐาน  2  ตัวบ่งชี้ คือ  ที่  5  กับ  8 แต่เราก็สุด ๆ กันแล้ว o.k...ผ่านแล้วอีก 5  ปีพบกันใหม่กับการประเมินจากภายนอก..
         หันหน้ามาสู่กีฬาทีนี้...จากผลการสอนของคณะครู...การใฝ่ใจของผู้เรียน...การมาร่วมฝึกของชุมชนที่มาเป็นพี่เลี้ยงร่วมกับคณะครู...นับว่าปีนี้เราประสบผลสำเร็จทุก ๆ  ด้านจริง ๆ ไม่ถือว่าสำเร็จอย่างไร....ล่ะ  เพราะแข่งขันกีฬาระดับกลุ่มโรงเรียนพนมดงรัก  นักเรียนเรามีทั้งหมด  168  คน  โรงเรียนชนะใช้กิจการได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน  34  รายการ  ยังไม่รวมกีฬาหมากรุกและหมากฮอส  ซึ่งถ้ารวมก็  เกือบ  40  รายการ...โดดเด่นไปทางเจ้าเทเบิ้ลเทนนิส  แบดมินตัน  เปตอง...เสริมด้วยฟุตซอล..กับกีฬา สพฐ....ก็หนักใจว่าเด็กเราน้อย ๆ พอเข้าแข่งระดับ เขตพื้นที่...จะได้ไหมน้อ...คงอยู่ตรงระดับเขตกระมัง....วันนี้เริ่มแข่งขันกีฬาเขตเป็นวันแรก...พอเข้าไปที่สนามเทเบิ้ลเทนนิส..นักเรียนหน้ายิ้มมา..คณะครูเดินมา..จะไปทานข้าวเที่ยงกัน...ก็เลยถามว่าได้ไหม...คำตอบที่น่าตกใจมากก็..คือว่า..ผอ.คะ..เราได้  10  รายการแล้วค่ะ..อะไรนะ...ได้เข้าชิงชนะเลิศน่ะเหรอ...ไม่ใช่ค่ะ...ได้ไปจังหวัดค่ะ  10 รายการแล้ว..โอ้แม่จ้าว...อะไรจะปานนั้น....เก่งมากลูก ๆ ....คุณครูเก่งมาก...ชุมชนที่มาร่วมฝึกซ้อมเก่งมาก ...มาก...ขอบคุณ....ทุกคน...ขอบคุณคณะครูที่เป็นหลักใหญ่...ขอบคุณชุมชน...ขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา...และขอบใจนักเรียนทุกคนที่ตั้งใจฝึกซ้อม...แม้งบประมาณจะมีน้อย....ครูจะพาเธอไปเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษกัน....ผลสรุปการแข่งขันวันแรก....กีฬาเป็นกีฬา..จริง ๆ วิชาการยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง...ชนะใช้กิจการ...ได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับจังหวัดที่ทราบตอนนี้ คือ  เทเบิ้ลเทนนิส  12  รายการ  แบดมินตัน  1  รายการ  พรุ่งนี้แข่งวันที่  2  กับการลุ้น..เปตอง..ที่เราก็เคยได้ระดับจังหวัดมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน...ปีนี้จะได้ไหม....ลุ้นแบบสุดตัว...กับการแข่งขันฟุตซอล..หมากรุก....หมากฮอส....อยากเชิญชวนทุกท่านทุกกำลังแรงใจที่จะส่งไปถึงได้มาร่วมเชียร์ร่วมกันนะคะ...และขอบคุณทุกเสียงทุกสาย..และกำลังใจเพื่อกีฬา...เพื่อความสุขของผู้เรียน...เพื่อคุณภาพการศึกษาในปี  2554...ของเรา...ชาวชนะใช้กิจการของเราที่มุ่งเพื่อสู่คุณภาพทางการศึกษา...เสมอค่ะ..... 

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เล็ก ใหญ่ ก็แข่งขันคุณภาพ...

     เริ่มเข้ายุคการแข่งขันทางวิชาการ..มาแล้ว...เริ่มเข้ามาแล้ว..เริ่มจากแข่ง Speech  Contest  ..มา  รักษ์ภาษาไทย...ต่อไปจองคิวไว้ก็..วันภาษาไทย(29 กรกฎาคม ของทุกปี)..หรือที่เราเรียกว่าแข่งขันวิชาการน้อยนั่นเอง...สำคัญที่ว่า...ตอนนี้โรงเรียนเพิ่งจะเปิดเทอม..ยังสอนไม่เท่าไหร่เลย...ก็แข่งขันซะแล้ว...อ้าว...ไหว!...แข่งก็แข่ง....คัดเลือกได้เลย...มีอยู่แล้ว....เป็นรุ่นจิ๋วทางวิชาการ...สูงประมาณ  150  เซนติเมตร..มาแข่งขันและต่อสู้ทางคุณภาพทางการศึกษา...โรงเรียนท่านอาจจะมีความสูงหลายขนาด...เอาละ...ทุกขนาด  ไม่ว่าเล็ก ใหญ่...ได้มีโอกาสที่จะต่อสู้หรือร่วมพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา...เริ่มจากไหนดีล่ะ....เริ่มอย่างไรก็ได้ให้เป็นไปตามเกณฑ์การแข่งขัน.....ป้อนสู่ตัวผู้เรียน...จนมั่นใจว่าสามารถเดินเข้าสู่เวทีการแข่งขันได้จริง...อย่างมั่นอกมั่นใจ...เสมือนเราผู้เป็นครูฝึกนี่แหละเข้าแข่งขันซะเอง...ซึ่งแต่ละคนก็มีเทคนิคแตกต่างกันไป...กลยุทธ์ของใครที่ใช้ได้ก็รับไปเลย...เป็นตัวแทนระดับกลุ่มฯ...ระดับเขตพื้นที่..และสู่ระดับประเทศ...เราโรงเรียนเล็ก..วิ่งเต็มที่ทุก...เที่ยว..แต่ดีใจกับเพื่อนเสมอที่ได้รางวัลระดับภาค..ระดับประเทศ....เพราะเราก็สู้อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว....สู้อย่างพอใจว่า...ได้ที่เท่าไหร่...มาตรฐานคุณภาพ...เราก็สัมผัสได้เช่นกัน...แม้อาจจะไม่ใช่เวทีที่สูงสุด......แต่ก็เป็นรางวัลสูงสุดที่เราภูมิใจที่ได้มาแบบสุด ๆ ...ของเรา.....พอใจในความสามารถและมาตรฐานที่เราก็พัฒนาขึ้นได้เช่นกัน...นะจะบอกให้....จงพอใจในความสามารถที่เรามีเป็นที่สุด...นั่นแหละถูกต้องที่สุดแล้ว.....เรา...ชาวพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาด้วยกัน.......

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กับการประเมินรอบสามที่ไม่แน่ใจว่าจะผ่านไหม?

     ผ่านการประเมินแล้วรอบสามเมื่อ  10  13  14  มิ.ย. 54  ก็ไม่โล่งใจเท่าไร  อย่างที่รู้กันนั่นแหละ  ตัวบ่งชี้ที่ 5 ไม่ทราบจะผ่านหรือไม่  เกณฑ์ตั้งสูงซะขนาดนั้น  คิดแล้วก็หวั่นวิตกน่าดู  แต่ก็ประเมินไปแล้ว
     ได้ข้อคิดมากมายกับการรับการประเมิน  ว่า  การจัดการศึกษาที่สนองนโยบาย  การตั้งใจทำงานของครูถ้าท่านคิดว่าทุ่มเทสุด ๆ จิตอาสาต่อการทำงาน ตลอดเวลา  และมั่นใจว่าผลที่เรากระทำสู่เด็ก  สู่โรงเรียน  และสู่ชุมชนจริง  ท่านจะเขยิบเข้าหาเกณฑ์ที่จะผ่านมากที่สุด  เพราะการมาประเมินของคณะกรรมการมาแบบกัลยาณมิตรมาก ๆ เรียกว่าใจดีแต่เก็บข้อมูลแบบเชิงลึกมาก ๆ ราวกับว่าเก็บข้อมูลเราไปก็บอกวิธีการปฏิบัติงานที่เดินได้ถูกทางไปด้วย...ดีมาก...โดยเฉพาะเอกลักษณ์  อัตลักษณ์...ชัดเจนเห็นภาพไปเลยล่ะ...ทำให้มองภาพออกว่า..อนาคตหรือหลังจากประเมินแล้วเราควรจะจัดการศึกษาอย่างไรผลจึงจะเกิดที่เด็กอย่างแท้จริงเป็นสำคัญ...
      การเตรียมรับการประเมินที่ดีในมุมองของข้าพเจ้า 1)SAR ท่านต้องดี มีรายละเอียดครบ มีการประกันคุณภาพภายใน 18 มาตรฐานจริง มีเครื่องมือประเมินจริง ๆ เพราะเครื่องมือคือที่มาของผลการประกันคุณภาพภายในในแต่ละมาตรฐานทั้ง 18 มาตรฐาน  2)ประเมิน 18 มาตรฐานแล้ว มาจัดทำร่องรอยว่าในแต่ละมาตรฐานท่านทำโครงการ กิจกรรม สอดคล้องแต่ละมาตรฐานตามจริงที่ส่งผลตามตัวบ่งชี้แต่ละมาตรฐานและสู่ผู้เรียนอะไรบ้าง  ...ตามสภาพจริงและสู่เด็กเป็นสำคัญ  โดยมีการดำเนินการตาม หลัก PDCA ล้อมาจากแผนกลยุทธ์  และแผนปฏิบัติการที่ทำแต่ละปี  ย้อนหลังไป 3 ปี (51-53)  มีประเมินโครงการ กิจกรรมเมื่อดำเนินการสิ้นสุดโดยสรุปสู่ Output และ Outcome ที่สู่ตัวเด็กให้ได้ เช่น กิจกรรมให้เด็กนั่งสมาธิ ตรงนี้เป็นกระบวนการทำ  แต่ต้องตอบได้ว่าเมื่อนักเรียนนั่งสมาธิแล้วเกิดอะไรตามมาหลังจากทำกิจกรรมนั่งสมาธิ  กรรมการต้องการคำตอบตรงนั้น  กิจกรรมอื่นก็เช่นเดียวกัน...ตอบคำถามให้ได้ว่าทำแล้วเด็กได้อะไร..เกิดอะไรกับเด็ก..โรงเรียน...ชุมชน..จากที่เราฝึกเราสอนมาทั้งปี  3)ทำร่องรอยแล้ว..ทีนี้ก็เตรียมหลักฐานตามโครงการ กิจกรรม ตามร่องรอยที่กำหนด(ย้อนหลัง 3 ปี เสมอ)...แม้ว่ากรรมการจะบอกว่าไม่ต้องจัดไว้ให้เดี๋ยวจะดูเอง...อย่าเลย..ทำเสริฟไว้ดีกว่า..เป็นการให้เกียรติ...เป็นการให้รู้ว่าเรา...พร้อมรับการประเมินอย่างเต็มที่แล้ว..ดีกว่า..เพราะการเตรียมจะหยิบจับและนำเสนอได้ง่ายที่สุด...ปานนั้นก็ยังหาเจอว่าเราไม่สมบูรณ์ในส่วนไหน...หาเก่งมาก..ต้องยอมรับเลยล่ะ...แต่ไม่น่ากลัวเพราะจะติเพื่อก่อมากกว่า..ต้องการชี้ให้เห็นการทำงานว่าต้องดำเนินการเป็นวงจร PDCA โดยตลอด 4)ที่นี้เวลาวางงาน..มุมมองนะ..ให้นำ 18 มาตรฐานมาสรุปเป็นตัวบ่งชี้ที่กรรมการจะประเมิน..ดีกว่า..และแยกข้อมูลและแยกร่องรอยเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มผู้เรียน  ครู  และผู้บริหาร...สำหรับเอกลักษณ์และมาตรการส่งเสริมทำต่างหากแยกให้เห็นชัดเจนและโดดเด่น....มาที่วางงาน..ตัวอย่างให้นำมาตรฐานที่7,8 มาสรุปเป็นปก..บอกว่าสอดคล้องกับตัวบ่งชี้ที่  1  ...แล้วเช็คหลักฐานการวางประกอบโดยดูจากเอกสารประกอบการพิจารณาในคู่มือประเมินรอบสามทุกอย่างตามนั้น และ5)สำคัญที่สุดคือเตรียมเด็กให้ได้ตามกิจกรรมการสอนที่เป็นจริงตามตัวบ่งชี้ทั้งของเด็ก  ครู  และผู้บริหาร..โดยเฉพาะเด็กเพราะกรรมการจะเข้าไปเจาะลึกโดยตรง....เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ส่งเสริมชุมชน  กรรมการสถานศึกษาต้องรู้ด้วยกับเราว่าคืออะไร....ทำได้ขนาดนี้ก็พอได้ลุ้นกันล่ะ...อย่าไปคำนึงตัวบ่งชี้ที่ 5..เพราะเป็นวิทยาศาสตร์...ผ่านก็ดีไป...แต่ไม่ผ่านก็มีโอกาสตั้ง 2 ปีได้แก้ไข...ผ่านเมื่อไรก็รับรองให้เมื่อนั้น...ต้องยอมรับความเป็นวิทยาศาสตร์ที่หลายโรงเรียนโดนแทบทั้งนั้น...ต้องทำตัวบ่งชี้อื่นนอกเหนือจากตัวบ่งชี้ที่ 5...ให้ผ่านให้มากที่สุด...เพราะถ้าไม่ผ่านแม้ 1 ตัวบ่งชี้ก็ คือ การรับการประเมินใหม่ทั้งหมด......
          พูดแล้วก็หวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน...แต่ก็อยากจะฝาก...และแลกเปลี่ยนกันตรงนี้กับการรับการประเมินรอบสามที่สมศักดิ์ศรีของเรา...ผลออกมาอย่างไงก็ช่าง...ต้องรับได้อยู่แล้ว...หลังประเมิน  20  วันก็จะรู้ผลจากฉบับร่าง...ประเมินเร็วเสร็จเร็ว...ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด...เราจะได้รับสิ่งดี ๆ จากผู้ประเมินจริง ๆ ถ้าเรามีความพร้อมมากพอ...ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกโรงเรียนที่รอรับการประเมิน.......

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

1 ใจ 2 ดวง เป็นกำลังใจ

            คนพิเศษบางคนอาจจะมี 1 เดียวที่ยึดมั่นไว้ในใจ  แต่ถ้ามากกว่า 1 ก็ไม่น่าจะผิดใช่ไหมถ้าจับวางให้ถูกที่  และเหมาะสม  ให้เสมอกันในความจริงใจที่ให้  แต่ในความเข้าใจ  ทำใจ  ที่สื่อสารในมิตรสัมพันธ์เราจัดลงตัวได้ยาก  ขึ้นกับบุคคลแต่ละบุคคล  สำหรับข้าพเจ้าการให้เกียรติให้ทุกคนเสมอกัน  ต่างกันก็ตรงที่คนคนนี้เข้าใจว่าเขาเป็นแบบนี้  และอีกคนนี้ต้องเข้าอีกแบบนี้  เป็นการเข้าใจที่คิดว่าเข้าใจแบบเท่าเทียมกันเพราะคนเราไม่เหมือนแต่คล้ายกันจึงต้องให้การเข้าใจที่คล้ายกันมาก  ไม่ผิดไม่แตกต่างใช่ไหม...แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ..เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า...ตอบว่าไม่ใช่...เป็นการเข้าใจคนที่แตกต่างแบบคล้ายกันมากด้วยการเข้าใจที่ให้ใกล้เคียงกันมากนั่นเอง...เป็นธรรมที่สุดแล้วล่ะ..บนความแตกต่างที่ยังไงก็ไม่เหมือนกันแน่นอน...แม้ฝาแฝดก็ตาม...เพราะการเข้าใจที่ให้แบบใกล้เคียงไม่น่าจะผิด...ถ้าฉันเป็นคนตอบคำถามนี้เอง...เป็นธรรมและมั่นใจว่าทุกคนได้รับความเข้าใจที่เสมอกัน...ในมุมมองหนึ่งของปมชีวิตที่คิดได้ต่างและหลากหลายอย่างเหมาะสมและสวยงาม......ฝากสะท้อนในทุกมุมมองที่ต้องการสะท้อนเชิงบวกด้วยกัน

ว้าวุ่นใจที่ต้องเป็นระบบ

         กับการจะเปิดเทอมใหม่  กับการรับการประเมินรอบสามที่ยังไม่ถือว่าพร้อมเท่าที่ควร  กับกิจกรรมพิเศษที่ต้องกระทำหลายอย่าง  งานเรียนงานราชช่างมากมายจริงหนอ  แล้วจะเริ่มอันไหนก่อน  สับสนว้าวุ่น  แล้วจะเรียบร้อยสักอย่างไหมเนี่ย  ในความวุ่นวายที่ทำอะไรไม่ได้หรือทำได้ยาก  ทำให้เกิดข้อคิด  ถ้าเรามัวว้าวุ่นจะวุ่นไม่รู้จบอยู่อย่างนี้  ต้องเริ่มไหม่  เริ่มด้วยการจัดลำดับอย่างมีสติ  อะไรควรทำก่อนทำหลัง  รันโปรแกรมออกมาก่อนตามลำดับความเร่งด่วน  อบอุ่นใจที่คณะครูร่วมกันทำงานเป็นอย่างดี  เหนียวแน่น  มาทำงานกันเองโดยไม่มีปิดเทอมขณะที่เราไปศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ  ต้องขอบคุณตรงความโชคดีตรงนี้  นี่แหละเป็นกำลังใจในการทำงานทั้งงานและเรียน  คงต้องฮึดให้สู้แล้วล่ะ  ทุกอย่างก็น่าจะผ่านไปด้วยดี  ด้วยความมุ่งมั่นในงานที่ต้องมีประสิทธิภาพ  การก้าวไปข้างหน้าที่คุณภาพทางการศึกษารออยู่  ถ้ามัวสับสนอยู่อย่างนี้ไม่เกิดผลสำเร็จแน่นอน  อยากบอกทุกคนท่ามกลางจิตใจข้าพเจ้าก็ยังอ่อนล้าอ่อนแรงนี้ว่า...สู้ต่อกันเถอะ  เมืองไทยแม้จะร้อน  ก็ขอให้ร้อนด้วยไฟแห่งความมานะพยายามที่จะมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคแห่งวงจรการทำงานด้วยกัน....จงสู้และก้าวต่อไปร่วมกัน...กับผู้ใฝ่ในการทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง...สักวันรางวัลชีวิตต้องมีมาสมดังใจท่านคิดอย่างแน่นอน...สู้ด้วยกันนะ.....หมู่เฮา....

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จากนิวซีแลนด์

24 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2554  ท่องภาษา ณ ประเทศนิวซีแลนด์  ไม่ง่ายเลยกับการฟังภาษาท้องถิ่น มีความเพี้ยนในสำเนียงค่อนข้างสูง  แต่ด้านการเรียนรู้ด้านภาษาดีมาก  ครูที่สอนจะพยายามและเอื้อต่อการให้เราได้เรียนรู้อย่างเข้าใจในภาษาระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้เรากล้าที่จะพูดกับ Host เจ้าของที่พักเพื่อฝึกภาษาซึ่งเอื้อต่อการเรียนรู้ที่ดีมาก  ทำให้กล้าฟังกล้าโต้ตอบอย่างไม่เคอะเขิน  เพราะถ้าเขาฟังเราไม่เข้าใจเขาจะโทษที่ตัวเขาเองว่าทำไมฟังเราไม่เข้าใจ  จะตำหนิตัวเองมากกว่า  เราจะไม่ผิด ทำให้เรามั่นใจ  ยิ่งเราบอกว่าเราสามารถพูดอังกฤษได้น้อย  เขาจะพูดช้า ๆ กับเราสื่อสารด้วยคำง่าย ๆ เพื่อการเข้าใจที่สุด  การดูแลดีมาก  จะได้ภาษาไปในตัวและเรียนรู้ขนบธรรมเนียมไปด้วย  ถ้าเรามีความพยายามที่จะเรียนรู้และมีความกล้าเราก็จะมั่นใจและโต้ตอบภาษาได้ทันที  ดังนั้นการไปศึกษาดูงานต่างประเทศนอกจากจะรู้จักประเทศที่เราไปแล้วเราจะได้ความมั่นใจในด้านภาษากลับมาด้วย  มีคนไทยและชาติอื่น ๆ มาเรียนมากมาย  หากท่านใดสนใจจะไปฝึกภาษาโดยตรงหรือส่งบุตรหลานไปฝึกภาษาจะมีค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นอยู่ที่  130,000  บาทต่อเดือนเพือ่การไปเรียนภาษาที่เมืองโอ๊คแลนด์  และ  1  เดือนถ้าเรามีความรู้ด้านภาษาอยู่บ้างแล้ว  จะคล่องแน่นอน เพราะคุณครูจะสอนจริงจังมาก  ระดับฝีมือ  ขอบคุณโอกาสจากการศึกษาระดับปริญญาโท  ปริญญาเอก  ทำให้ชีวิตมีคุณค่าดังที่หวังและจะนำมาประยุกต์ใช้ให้ดีที่สุด...กับด้านภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาตนเองของข้าพเจ้า......ประทับใจและภูมิใจอย่างที่สุด...แล้ว

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

ผู้นำ ผู้ตาม

        ผู้นำทางการศึกษา คือผู้บริหาร ที่เราเข้าใจกัน ผู้ตามก็คือ ผู้ที่ทำงานร่วมกัน คณะครู นักการ ครูธุรการ ครูพี่เลี้ยง พนักงานราชการ รวมไปถึงอัตราจ้าง บทบาทผู้นำ คือ ต้องนำทางสู่เป้าหมายทางการศึกษา ต้องประคับประครองคุณภาพทางการศึกษาไม่ให้เดินหลงทาง ผู้ตามร่วมปฏิบัติตาม แต่ในการปฏิบัติตามบางครั้งก็มีจุดสะดุด มาจากความไม่เข้าใจในการทำงาน มอบงานอย่างไม่เข้าใจ  ทำงานแบบไม่เข้าใจ  ต่าง ๆ นานา  แล้วตรงไหนจะเข้าใจ ถ้าเราไม่เข้าใจในบทบาทเสียก่อน คนเราหากเข้าใจบทบาทว่าเรามีบทบาทอย่างไร เราสามารถที่จะทำงานโดยไม่มีผู้บริหารก็ได้ ถ้าเข้าใจในการทำงานดีพอ......แต่ไม่เป็นอย่างงั้นเสมอไป  เพราะบางคนอาจหมายถึงผู้บริหารเอง  ตัวผู้ปฏิบัติเองไม่เข้าใจบทบาทที่ดีพอ บางท่านชอบบอกชอบสอนผู้บริหาร เป็นทิศทางย้อนศร ถ้าสร้างสรรค์แล้วคงไม่มีใครว่าได้ แต่ทำไมเราไม่คิดมุมกลับ ว่าการปฏิบัติงาน ปฏิบัติตน เราต้องฟังนโยบายก่อนว่าเป็นอย่างไร เราถึงจะวางบทบาทตนเองได้ถูก และการทำงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี  การเสนอความคิดเห็นที่อยู่ในกรอบ การมีสัมมาคาวะต่อผู้นำ การอ่อนน้อม การทำตาม คิดว่ายังไม่เป็นการเชยจนเกินไป ยังใช้ได้ดี เพราะการปฏิบัติงานเช่นนี้เป็นการทำงานอย่างมีเสน่ห์  ทำงานอย่างมีความสุข  ความคิดเห็นที่แตกต่างต่างคนต่างถกเถียง คนกลางที่แต่งตั้งมาบริหารมาดูแล คือ ผู้นำ ผู้ตามหากคิดเห็นแบบเชื่อมั่นในตนจนมองข้ามความเป็นกรอบเป็นนโยบายอยู่ตลอดเวลา  ถามว่าเราจะแล่นเรือแห่งคุณภาพทางการศึกษาไปทางไหน หากคุณไม่มั่นใจในผู้นำ ไม่ศรัทธาในผู้นำของคุณ ครูใช้คำว่าสอนกับนักเรียน  ผู้นำสอน อบรม ชี้แนะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ตาม ตามครรลองนโยบายและการปฏิบัติที่เขาได้ผ่านการอบรมมาระดับหนึ่ง  ผู้ตามมีสิทธิในการเสนอความคิดเห็นได้หลากหลายแต่ภายใต้กรอบที่ควรต้องปฏิบัติร่วมกันที่เรียกว่านโยบาย  หากใช้คำเพี้ยนจากเสนอเป็นสอนผู้นำ...ท่านมั่นใจใช่ไหมว่าท่านมีแบบอย่างที่เป็นเสน่ห์มากพอจะสอนเขาได้.....ลองหยุดคิดให้ดี....เพราะบทบาทผู้นำ...ผู้ตาม...ถูกกำหนดไว้เป็นอย่างดี...ผ่านการอบรมหลายสนามทุก ๆ คน ทั้งผู้นำและผู้ตาม  ความคาดหวังลึก ๆ ก็เพียงเราเข้าใจบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน...งานและเป้าหมายการศึกษาก็อยู่ไม่ไกล....หรอกท่าน.......ขอให้ทำงานอย่างมีเสน่ห์ทั้งในกรอบและนอกกรอบงานที่ท่านจะเดิน....ก็..O.K...แล้ว...

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เสียงปืน..กับเป้าหมายทางการศึกษา

            เสียงผู้คนอพยพ...หนึ่งในจำนวนนั้นมีเราด้วย...ใครจะชอบเสียงปืน..เสียงระเบิด...เสียงเครื่องบินนานาชนิดที่บินเวียนวนอยู่.....ชีวิตต้องรักษาทุกคน  แต่รักษาเพื่ออะไร...ถ้าไม่ใช่เพื่อเป้าหมายทางการศึกษาที่ทุกวันนี้เราต้องสอนกันท่ามกลางเสียงปืนที่อยู่รอบข้าง....วันดีคืนดีไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น....ภาพที่มองเห็น...เป้าหมายที่สำคัญ...พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกมาโรงเรียน..ด้วยความเป็นห่วงในชีวิตของเด็ก ๆ....เมื่อมาเรียน...ได้เป้าหมายตรงที่..สอนไม่เต็มวันต้องเอาเวลาไปเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา...ทั้งกับนักเรียน..กับคณะครู...เราก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน..จริงไม๊....ฝ่ายตรงข้ามส่งเสียงปืนก็ย่อมมีเป้าหมายของเขา....เสียงปืนของเราก็มีเป้าหมายได้ต่าง ๆ นานา....แต่ท่ามกลางเสียงปืนเช่นนี้เป้าหมายทางการศึกษาจะอยู่ตรงไหน...ท่ามกลางความตระหนกตกใจของครู..ผู้สอน...นักเรียน..ผู้เรียนที่เรียนแบบไม่มีสมาธิ...ไม่มีความสุขเลย...เวลาที่เขาเคยเล่นกลางแจ้งซึ่งเป็นวิชาสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมนุษย์..เป็นพื้นฐานการใช้ชีวิต...มีเวลาน้อยลง ๆ ...ตามสถานการณ์...สงสารเขาจัง...เรียน...เล่นไม่เต็มที่.....หากการศึกษามีความมหัศจรรย์อยู่บ้างก็อยากจะภาวนาให้...เสียงปืนจงเป็นเสียงของการสนทนาที่ดีต่อกัน...เปลี่ยนเป้าหมายของการรบราฆ่าฟัน...เป็นเป้าหมายในการสร้างมิตรไมตรี..สร้างคุณภาพทางการศึกษาร่วมกันจะดีกว่า...แล้วเปิดเทอมหน้าโรงเรียนข้าพเจ้าต้องรองรับการประเมินภายนอกรอบสาม....ถามว่าท่านผู้ประเมินจะยึดค่าเฉลี่ย...หรือการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน.....หรือเกณฑ์ตามสถานการณ์.....ถ้าเป็นเกณฑ์หลังสุดเราเตรียมการเรียบร้อยแล้ว...และเชื่อมั่นว่าผ่าน..แน่นอน!.......ถ้าเป็นเกณฑ์อื่นเราต้องพัฒนากันขนานใหญ่ว่าเป้าหมายทางการศึกษาเราต้องยึดปลายเสียงปืนที่ดังสนั่นจุดไหนกันแน่...เราเดาไม่ถูกเพราะมีมากเหลือเกินและมีอยู่ตลอดเวลา...เราไม่มีจิตใจที่นิ่งพอจะค้นหาจุดที่แท้จริงได้....เพราะเสียงปืนกับเป้าหมายทางการศึกษาไปด้วยกันไม่ได้เลย.....พระเจ้า!

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

ปลาช่อนระดับชาติ

           เข้าใจว่าต้องเป็นความประทับใจของผู้สร้างผลงานชิ้นนี้แน่นอน...อาจจะมาจากความสามารถในการจับปลาช่อนตัวใหญ่ที่หลบซ่อนในกิ่งไม้มาได้   หรือไปเห็นภาพปลาช่อนที่ชอบอาศัยอยู่ในตอไม้  หรือนี่คือสื่อที่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นธรรมชาติ  หรือ......อีกมากมายที่เราจะคิด...แต่เป็นภาพที่บ่งบอกถึงความสามารถในการคิดที่สร้างสรรค์...ความเป็นธรรมชาติที่เป็นจริงได้อย่างเหมาะสมกลมกลืน...สมจริงสมจัง....เป็นภาพ....แต่ดูมีชีวิตจิตใจที่แท้จริง.....ทำได้ไง...น่าทึ่งในฝีมือ...ในความคิดที่แยบยน....เป็นความคิดที่สร้างสรรค์กลั่นมาจากความรู้สึกจริง ๆ ........จนสามารถชนะใจคณะกรรมการระดับประเทศได้...ขอยกย่องชมเชยและขอปรบมือให้ดัง ๆ .......ในรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้....รางวัลชนะเลิศระดับชาติ......ศรีสะเกษเขต 4  อีกแล้วที่ทำได้......มองเห็นว่า.....ความรับผิดชอบของคุณครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนจนได้รับรางวัล....มองเห็นผู้บริหารที่มีการจัดการเป็นเลิศเพราะกว่าจะถึงจุดนี้คงเหนื่อยไม่ใช่น้อย...ท่านทำได้สำเร็จแล้วล่ะ...ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วย...สุด...สุด....และมองเห็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 4  รองผู้อำนวยการเขตฯทุกท่าน....ศึกษานิเทศก์  เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เกี่ยวข้องได้ให้กำลังใจมาโดยตลอด.....ซาบซึ้งใจในครั้งนี้ขอมอบให้แก่..โรงเรียนบ้านสวนกล้วยเต็ม ๆ รวมไปถึงทุกเหรียญทุกรางวัลที่ได้มาด้วยฝีมือและศักดิ์ศรีจริง ๆ ...เรา...ฐานะสมาชิกเขต 4  ...บอกคำเดียวว่า......"ปลื้ม"....และจะขอเป็นเสี้ยวหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเช่นกัน.......ขอบคุณอีกครั้งกับแบบอย่างที่เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน................ 

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

นักเขียนอิสระ...กับกำลังใจที่มอบให้กับทุกคน

           ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะชมและอ่านบทความ...จากนักเขียนอิสระ......เป็นสิ่งที่ต้องการเขียนเพื่อส่งกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน....ท่านที่ผ่านมาพบก็เสมือนเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนมือใหม่คนนี้เช่นกัน....คือรับรู้...รับทราบในความคิด....ความรู้สึกจากมุมมองเล็กๆ ที่ต้องการสะท้อน....แลกเปลี่ยน...มากกว่า....ผิดถูกก็สะท้อนโต้ตอบได้อิสระเช่นกัน....อย่างน้อยก็คือความจริงใจนั่นเอง....ขอบคุณมากที่เพื่อน(เรียกว่าเสี่ยวใช่ไหมที่ผูกแขนและเป็นเพื่อนที่รักและจริงใจต่อกันเสมอไม่เปลี่ยนแปลง...)  ได้ติดตามให้กำลังใจเสมอมา....ขอบคุณจริง ๆ.....ไม่ค่อยได้พบกัน...แต่พบกันทีไร...ใบหน้าของเพื่อนจะยุ่งไปด้วยงานที่บริการและช่วยเหลือเพื่อนครูเราด้วยเสมอ....อย่างไงก็รักษาสุขภาพด้วย..เพราะเราเป็นคนเพื่อส่วนรวม.....เวลาของเราจะมีเพื่อคนอื่นมากกว่าตนเองเสมอ...เหมาะสมกับบุคลิกเรา...ที่เขาไว้วางใจแล้วล่ะ.....น้อยคนที่จะมาถึงจุดนี้ได้.....ท่านทำได้แล้วและจะทำได้ต่อไป.....เชื่อมั่นเช่นนั้น..และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน..เสี่ยว...คนนี้เสมอ....

             กล้วยไม้ออกดอกช้า...ตะไคร้นั่นหนามิใคร่เห็นดอก...ตะบองเพชรใบเล็กแหลมอยู่ได้บนทะเลทรายมาแรมรอน.......ความดีของบุคคลย่อมผุดซ้อนแผ่ขยายได้.....ด้วยอาสา...บริการอย่างมุ่งมั่น  จริงใจ  มั่นคง.....เสมอแล.....

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ดีเด่นสม่ำเสมอ

           เสียงสะท้อนวันครู.....ส่งดีเด่นไม๊...ส่ง!...อื้อ...ดีนี่....แต่บางคนว่าไม่ได้ส่ง....ทำไมล่ะไม่พร้อมเหรอ?....คำตอบที่มากมาย.....ไม่พร้อมจริง ๆ....เวลากระชั้นไปเตรียมตัวไม่ทัน...เคยได้แล้วพอแล้วล่ะ....ถ้าทำก็ได้อยู่แล้ว..แน่ะ..ว่าไปนั่น..ก็คงได้จริง ๆ นั่นแหละ......แต่ที่สะดุดใจก็คือ...ได้ดีเยี่ยมแล้วกลัวประเมินครั้งนี้แล้วตกไปดีเด่น!....รับไม่ได๊ค่ะ...รับไม่ได้.....ฟังแล้วก็ขำ.....ขำในการคิดที่แตกต่างหลากหลาย...จริง ๆ แล้ว...คุณครูอย่าไปกลัวตกอันดับกันอย่างนั้น...ถามว่า...ถ้าสมมติตกไปแค่..ดี!!....อย่างเดียวจากที่เคยดีเยี่ยมมา...คุณครูไม่ใช่คนดีแล้วหรือ......ไม่ใช่แน่นอน....คุณครูก็ยังเป็นคนดีอยู่เสมอ...แม้คุณครูจะได้รางวัลขั้นชมเชยคุณครูก็ยังเป็นคนดีเสมอ...เพียงแต่...เพียงแต่....คุณครูทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย..มองเห็นก็เห็นอยู่หรอกว่าทำดี..เพราะเราทุ่มเทเพื่อเด็กมาตลอด...เราปิดทองหลังพระกันมาตลอด....ความดี..ความเด่นเรามีมาเสมอต้นเสมอปลาย...วันครู...เป็นวันที่เราสามารถประกาศคุณความดีของตนเองได้..ไม่ใช่โอ้อวด..แต่ประกาศความดีที่ทุกคนสามารถจะเอาไปเป็นแบบอย่างได้...เราควรให้รางวัลความดีกับตัวเราบ้าง..เผื่อว่าความดีที่เราประกาศในวันนี้ผู้สนใจหรือคนที่เรารู้จักจะได้ชื่นชม...ได้ยินดี...ได้พึ่งพาในความสามารถของท่านที่ดีเด่นในวันนี้...ดีอย่างไรก็ช่าง!!...เป็นความดีที่บริสุทธิ์...ดีด้วยฝีมือ...บอกเลยว่า...ใคร!...ที่ไม่มีความดีสะสมมาตรงนี้จะกล้าสามารถประกาศความดีเนื่องในวันครูได้...ท่านต้องมีความดีสะสมมานาน...และสม่ำเสมอ....ประกวดเถอะท่าน....และดีไหนก็ช่าง!...รั๊บได้โม๊ด.....นั่นคือ...สุดยอดความดี....เรามีดี...กลัวอะไร...ประกาศให้โลกรู้และประจักษ์....ฉันมีดีอย่างสม่ำเสมอ...เป็นรางวัลชีวิต...รางวัลของคนทำงาน.....เหนื่อยก็  5  ปี..ค่อยพักครั้งหนึ่งก็....O.K  อยู่นะ......ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนและทุกความดี..

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

วันของครูบ้างล่ะ

            ทุกคนทำงานมาโดยตลอด  เป็นระยะเวลานาน...เพื่อเด็กนักเรียนที่จะต้องมุ่งเข้าสู่เป้าหมายที่เรียกกันว่า "คุณภาพทางการศึกษา"  โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าครูจะเหน็ดเหนือยกันแค่ไหนหรือเปล่า....เพราะเท่าทีสังเกตดู  วันที่ครูจะมีอิสระหรือพักผ่อนได้บ้าง(ว่างจากสอน)ก็คือ  การพานักเรียนไปทัศนศึกษา คือ ไม่ต้องสอนไง  ครูได้พักผ่อน  สนุกสนานเฮฮา  ใครคิดเช่นนี้..นับว่าสุดยอด...คุณไม่เข้าใจเขาอย่างสุดซึ้ง  เพราะการพานักเรียนไปเช่นนั้นต้องยากลำบาก  ต้องควบคุมให้เกิดความเรียบร้อย ต้องระวังภยันตรายทั้งหลายทั้งปวง  บางท่านก็ว่า  ถ้างั้นก็สบายในการเข้าค่ายลูกเสือ...ยิ่งแล้วใหญ่...ภาวะเสี่ยงสูงมาก!  ต้องเตรียมฐานที่เสริมความรู้อย่างมั่นคง..ด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัดแต่ผลต้องออกมาดีนักเรียนรู้และมีความสุข...เพราะสิ่งไม่ได้สอนในความคิดของท่าน  คือการสอนโดยปฏิบัติต้องมีความเข้มข้นในการควบคุมดูแล...ซึ่งครูก็ทำได้ดีเสมอ..ครูทำได้ทุกอย่าง.....
             ดังนั้น..วันครู....ข้าพเจ้าหวังว่าเราจะเข้าใจเขาทั้งหลาย..."ครู"...ที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อนักเรียน..เป้าหมายทางการศึกษา...เขาเหนื่อยมามาก...เพียงเนื่องในวันครู...ให้เขาได้พักผ่อนบนความสนุกสนาน...ข้าพเจ้าเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ คงคิดและทำได้เพียงน้อยนิด  ท่าน...ผู้ทรงด้วยบารมี  ผู้ผลักดันมาโดยตลอดทุกท่าน..หากท่านเห็นความสำคัญเช่นข้าพเจ้า..ก็อยากวิงวอนว่า...วันของครู.....ให้เขาได้มีความสุขสนุกสนาน...ตามที่เขาต้องการมากที่สุด...ให้ในสิ่งที่เขาถูกใจที่สุด....ถ้าถามข้าพเจ้าว่า..สิ่งนั้นคือ อะไรหรือ.....ตอบว่า...การให้ความสำคัญในความหมายว่าครูเขาควรจะได้..นั่นแหละ...เหมาะสมที่สุด....เพราะฉะนั้นวันครูต้อง!....เป็นวันของเขาตามที่เขาอยากจะเป็น....ขอบคุณค่ะ......

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

งานหลายด้าน

            มองในเชิงบวกไว้ก่อนว่าถ้าคนเราปฏิบัติงานได้หลาย ๆ ด้านย่อมได้เปรียบเพราะได้ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย  เพราะงานก็เป็นครูประเภทหนึ่งเช่นกัน  คนเราจะเก่งได้ย่อมหมายถึงเก่งงานเนื่องจากงานสามารถบ่งบอกความสามารถของคนทำได้ว่ามีความสามารถได้มากน้อยขนาดไหน  บางคนมีงานน้อยแต่ต้องการประสบการณ์มากก็ใช้วิธีอาสาช่วยทำงานเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่จะได้ก็มี  บางคนขอร่วมปฏิบัติงานด้วยซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ในงานแต่ละบุคคล  แต่....มีความเชื่ออยู่ว่าคนที่สามารถทำงานได้มากได้หลากหลาย  บุคคลผู้นั้นต้องมีการวางแผนการทำงานที่ดีมากจึงสามารถทำงานได้มาก ๆ อย่างมีคุณภาพ  สมกับคำกล่าวที่ว่า  "วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" จริง ๆ....และท่านรู้หรือไม่ว่า...ผลของงานที่ออกมาดีจะเป็นดัชนีที่ชี้ว่าท่านมีประสิทธิภาพในการทำงานไปด้วยในตัว.....ดีใจด้วยที่คุณทำได้เช่นนั้น....

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การสังเกตเป็นการประเมิน

            "ปีนี้มีชั่วโมงสอนมากเลย  ไม่เหมือนปีที่แล้ว  มีชั่วโมงว่างตั้ง  2  ชั่วโมง..."  ..2  ชั่วโมงได้ตรวจการบ้านนักเรียน  ได้เตรียมสอนชั่วโมงต่อไป  ได้ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย  ได้สนทนา(คุยกัน)  ได้พักผ่อนอิริยาบท  ได้ทำธุระส่วนตัว  ต่าง ๆ นานา  ใคร!....ว่าครูว่าง!.....เพราะตรวจการบ้านก็พัฒนาผู้เรียนเป็นการติดตามผล...ถูกต้อง!....เตียมสอนก็เพราะมีความรับผิดชอบ...ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายยามที่ไม่ได้สอนกับเป็นสิ่งวิเศษขยันและรับผิดชอบสูงมาก...เป็นการสร้างสรรค์งานได้ดีมาก......สนทนา(คุยกัน)ก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน..แต่อย่าสนทนานานจนเกินเวลาเพราะเวลาแลกเปลี่ยนมีอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เช่น ตอนทานข้าวก็ได้  ตอนคุมแถวก็ดี  ตอนจัดกิจกรรมร่วมกัน...มีมากมาย....พักผ่อนก็ทำร่างกายให้แข็งแรงสู้ที่จะสอนผู้เรียนอย่างเข้มแข็งและได้ความรู้ประสบการณ์เต็ม ๆ.....ธุระส่วนตัวตรงนั้นคือสวัสดิการในการสร้างพลังในการทำงาน...เพราะฉะนั้นใคร?...ว่า...ครูว่าง...ไม่ใช่!....ครูปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา...แม้แต่นั่งเฉย ๆ เพื่อหยุดคิด  หยุดพัก  หรือเพื่อสิ่งใดก็แล้วแต่...ท่านจะเห็นเด็กมีพฤติกรรมตลอดว่าเด็กคนใหนทำอะไร  ดีไม่ดี...เป็นอย่างงี้ไปทุกวัน...สายตาที่เฝ้าดูผู้เรียนอยู่เสมอ....ท่านลองตรวจสอบอีกครั้งมีส่วนไหนที่เด็กแสดงออกโดยการกระทำที่ท่านเห็นอยู่ขณะ...ที่ว่าว่างนั่นแหละ....ได้เห็นผลที่เด็กเขากำลังปฏิบัติในกลุ่มสาระที่ท่านสอนออกมาบ้าง...แล้วผลเป็นอย่างไร...พอใจหรือไม่ทั้งรูปธรรมนามธรรม  ทั้งโดยวิชาท่านโดยตรงทั้งบูรณาการ...พอใจในผลมากน้อยแค่ไหน...จะต้องปรับตรงไหนอย่างไร.....นั่นแหละความว่างของท่าน คือ การประเมินแล้วรู้ตัวหรือเปล่า...ขอเพียงท่านว่างให้เป็น  ว่างให้เหมาะสม....ว่างเพื่องานโดยตลอด....ความว่างของท่านจะเป็นการประเมินที่คุ้มค่ามากที่สุด......นั่นคือท่านเป็นครูไม่เคยว่างโดยเปล่าประโยชน์แน่...ยืนยัน!

วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เงียบ แนวเทือกเขา ชายแดน ช้างเผือก คลื่นใต้น้ำ

            "จงนำคำทั้ง  5  มาแต่งประโยคให้สละสลวย  ได้ใจความ"...คุณครูภาษาไทยกำหนดอย่างนั้น....
             จากความเงียบในการจัดการศึกษา  คาดเดาได้หลายอย่างว่าเกิดอะไรในกอไผ่งามกอนี้ซึ่งเป็นกอไผ่ที่ขึ้นอยู่ตามแนวเทือกเขาติดชายแดน  กอไผ่เป็นแหล่งแปรรูปใหญ่แห่งหนึ่ง  ไม่ใช่มีแต่หน่อไม้  ยังมีร่มเงา  ความเย็นสบายในการนั่งพักผ่อนหรือเป็นบริเวณที่สร้างความสุขด้านจิตและกายที่บริสุทธิ์ด้วยคุณธรรมความรู้ที่สอนจากเสียงธรรมชาติ  ความพริ้วอ่อนลู่ลมของยอดไผ่โน้มตามแรงลมจนสุดแต่ไม่มีการหัก  หลักการนี้ตรงกับการอ่อนน้อมของบุคคลที่มีกิริยาสุภาพ  น่ารัก  อ่อนหวานตามแรงลมที่มั่นคงได้  ลำไผ่  ท่อนไม้ไผ่  ประยุกต์ประสานเสียงเป็นขลุ่ย  เป็นเสียงดนตรีได้ตามใจชอบ  จะเคาะ  จะตี  เป็นเพลงบรรเลงได้หมด  เป็นความสุขบ้านน้อยในป่าใหญ่  บุคคลที่อยู่รอบข้างได้อาศัยกอไผ่พักพิงประโยชน์มากมาย  กระบอกไม้ไผ่เก็บน้ำตามธรรมชาติไว้ดื่มกิน  แม้จะอยู่สงบเงียบไกล ๆ แต่ไม่ได้เกิดความเงียบเหงาแต่อย่างไร  ตรงกันข้ามต่างคนต่างปฏิบัติภารกิจในแต่ละบทบาทอย่างเข้าใจในบทบาทของตนเอง  ท่ามกลางความเงียบที่เสมือนคลื่นใต้น้ำที่ไม่ทราบว่าในความเงียบนั้นแต่ละคนใช้เทคนิคอะไรในการเคลื่อนไหวเพื่อขับเคลื่อนทางการศึกษาให้กับกลุ่มบุคคลที่อยู่ในที่แห่งเดียวกันนั้นได้เกิดความรู้  ประสบการณ์  ความมั่นใจว่า  ฉันมีอาวุธที่จะต่อสู้ได้ทุกหนแห่งที่ได้เหยียบย่างไป  ความเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ  ที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับการทำงานที่อิสระในกลยุทธ์ที่ทุกคนสามารถเลือกได้ตามใจชอบ  เราจะไม่ก้าวก่ายในหน้าที่แต่เราจะประสานการทำงานที่ร้อยรัดเพื่อบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ร่วมกัน  สู่เวทีการแข่งขันที่บุคคลใต้ร่มไผ่สู้ได้ทุกสนามการแข่งขัน  ผลความเป็นเลิศที่ประจักษ์  เป็นที่ยอมรับ  และได้รับเกียรติการกล่าวขาน  "เป็นช้างเผือกในป่าใหญ่"  ป่าไผ่แห่งความสุข....อุปสรรค คือ กำลังใจ.....สิ่งที่ทำได้ คือ กำไรชีวิต....เราไม่หยุดแค่นี้  เราจะก้าวอยู่เสมอด้วยความมุ่งมั่นในอุดมการณ์  สร้างสานการศึกษาและเด็กไทย...สักวันที่พลังจะร่วมกันสรรสร้าง "เมืองไผ่งามที่ศิวิไล" "เมืองไผ่แห่งคุณภาพ".....จากจอมยุทธ์เมืองไผ่ที่เยี่ยมยอดในฝีมือ.......

ซ้ำ ๆ..เน้นย้ำ...กับการเปลี่ยนแปลง

            มองดูแล้วได้สัจธรรม....น้ำหยดลงหิน  ได้ม่านหินที่สวยงาม  ได้ก้อนหินก้อนใหม่เป็นรูปร่างที่ใหม่แปลกตา  น้ำเซาะร่องหินที่แข็งแกร่ง  จากกระโดดข้ามไปมาได้กรายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่....น้ำที่อ่อนนุ่มกับหินผาที่แข็งแกร่ง  หินยังสึกกร่อนได้  ประสาอะไรกับความรักความอ่อนโยนที่คุณครูหยิบยื่นให้กับเด็กทุกวัน ๆ  ด้วยความเอาใจใส่ให้เขาได้เรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เน้นย้ำการพร่ำสอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์ความรู้ที่จะเกิดขึ้นมาใหม่..ก็ให้รู้กันไปข้างหนึ่งล่ะ....

เจ็บปวด...หมอครูแก้ได้..

           อาการเจ็บป่วย  หากรู้จุดที่เจ็บปวด...บีบ..นวด...ให้ตรงจุดจะเป็นวิธีที่คลายอาการปวดได้  บางคนชอบที่จะให้ผู้อื่นบีบนวดให้ซึ่งก็เป็นกำลังใจอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งต่างคนต่างก็ชอบการเอาใจใส่หรือการรู้ใจที่แตกต่างกัน...จนอาจลืมไปว่าตนเองนั่นแหละให้กำลังใจที่ดีที่สุดเพราะตนเองย่อมรู้ว่าเกิดอาการเจ็บปวดตรงไหน  ควรบีบนวดตรงไหนอย่างไร  น้ำหนักมือเท่าไรจึงจะถูกใจและพอใจ...ใช้เวลาไม่นานเกินรอก็คลี่คลายอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี....ตนเองจะรู้จุดที่ต้องแก้ไขได้ดี  ทำนองเดียวกัน  การแก้ปัญหาในชั้นเรียนซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ อย่างไรก็เป็นห้องที่เราเฝ้าสอนมานาน  นานจนรู้ใจเด็กนักเรียนของตนเองว่าถ้าเกิดอาการผิดปกติ  บกพร่องในการเรียนรู้ตรงใหน  คนไหน  ควรแก้ไขอย่างไร  ด้วยการวิเคราะห์จากข้อมูลของความใกล้ชิด  ข้อมูลแห่งการเข้าใจในตัวเด็กและอาการเจ็บปวดทางการศึกษา...ท่านรักษาให้หายขาดได้....จึงขอมอบฉายาให้ท่านว่า "หมอครู" ไงล่ะ.....แต่คุณหมอต้องเข้าใจและวินิจฉัยโรคทางการศึกษาของตนเองหรือห้องของตนเองได้อย่างเชี่ยวชาญด้วยนะ....อาการของโรคจะได้หายขาด  เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เฉกเช่นทั่วไปที่สังคมกำลังต้องการ...เด็ก ๆ รอการรักษาจากคุณหมออยู่แล้วขณะนี้....ช่วยเขาด้วย!
           

ประเมินภายนอกรอบสาม..ยาก!...หากไม่เข้าใจ

           ไปประชุมเพื่อฟังเกี่ยวกับการประเมินรอบสาม  ตื่นตัวกันมาก  มาจากทุกภาค  โดยเฉพาะภาคเหนือเพื่อได้ฟัง  ได้ทำความเข้าใจ  ได้รับเอกสารที่เป็นแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องระหว่างการประเมินภายในและภายนอก......ประเมินรอบสามมี  3  กลุ่มใหญ่จัดแบ่งเป็น  4  มาตรฐาน  12  ตัวบ่งชี้ใหญ่  25  ตัวบ่งชี้ย่อย  3  กลุ่มใหญ่มีกลุ่มพื้นฐาน  กลุ่มอัตลักษณ์  และกลุ่มส่งเสริม  ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นและเชื่อมโยงกับผลการประเมินรอบสองให้ได้  อะไรคืดจุดเด่นของโรงเรียน  มีการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาให้เกิดผลในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไร...หากท่านเข้าใจแค่นี้ก่อนก็เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจที่ดีแล้วล่ะ  เพราะอีกหน่อยรายละเอียดก็จะทยอยแทรกเข้ามาสัมผัสและทำให้เราเข้าใจในเร็ววันนี้...ขอทุกท่านใจเย็นและเตรียมรับสถานการณ์ไว้...เป็นสิ่งที่เราต้องทำ..ต้องประเมิน...ควบคู่กับการจัดการศึกษาเพื่อให้ได้คุณภาพ
            แต่คุณภาพรอบสามนี้มีจุดเน้นที่....เมื่อคุณใส่ปัจจัย..เป็นกระบวนการ...ในการจัดการศึกษาแล้ว...เกิดผลเช่นไร  มีอะไรที่ดีขึ้น  ดีขึ้นอย่างไร  ตรงตามเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดและในที่สุดได้มาตรฐานทั้ง  4-12-25  หรือไม่  เพราะการประเมินจะเน้นมาดูตรงผลที่เกิดกับผู้เรียนโดยตรง  แล้วดูผลครู  ผู้บริหาร  โรงเรียน  และถึงชุมชน
             เกณฑ์มีทั้งเชิงปริมาณที่วัดเป็นตัวเลข  เชิงคุณภาพ  และที่สำคัญวัดในด้านการพัฒนาว่าต้องพัฒนาจากเดิมอย่างน้อยตามเกณฑ์หรือไม่ (จำได้คร่าว ๆ ว่าต้องพัฒนาจากค่าเฉลี่ยปีที่ผ่านมาอย่างน้อยร้อยละ  15)  อย่าเพิ่งตกใจอันนี้คือมุมประเมินในด้านการพัฒนาของบางตัวบ่งชี้ที่กำหนด
             ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ศึกษากลุ่ม...มาตรฐาน..ตัวบ่งชี้...และการประกันคุณภาพภายในภายนอกเสียก่อนให้เข้าใจ...แล้วจัดหมวดหมู่งานที่เราปฏิบัติอยู่แล้วเป็นประจำให้เข้ากับมาตรฐาน  ตัวบ่งชี้  และตอบคำถามให้ได้ว่าผลเกิดอะไรขึ้นมาในทิศทางที่ดีขึ้น...ก็จบ........ตัวอย่างง่าย ๆ   ถ้าเราสอนนักเรียนให้มีสติ  มีความคิด  มีสมาธิพร้อมที่จะเรียนรู้โดยการนั่งสมาธิวันละ  5 นาทีก่อนเรียนในชั่วโมงแรกทุกวัน...ตรงนี้คือปัจจัยและกระบวนการเท่านั้น...ผลที่ผู้ประเมินต้องการก็ คือ  เมื่อเด็กนั่งสมาธิแล้ว..เกิดอะไรขึ้นจากตัวเด็ก  มีอะไรที่เป็นผลที่พัฒนาที่เห็นได้  พิสูจน์ได้ว่าสมาธิแล้วทำให้เด็กดีขึ้น  ส่งผลสะท้อนต่อครู  ผู้บริหาร  โรงเรียนและถึงชุมชน   ผู้ปกครองอย่างไร  นำเสนอด้วยเอกสารหรือดูผลเชิงประจักษ์ได้ยิ่งเป็นการดี...ถ้ามี...ถ้าเห็น...ผลคะแนนแปรผันตรงกับพฤติกรรมอยู่แล้ว...เห็นไหมว่า...ถ้าเข้าใจแล้ว...ยาก...ซะเมื่อไหร่!!

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ฝากคำกลอน

               กล้วยไม้ออกดอก...ช้า...ฉันใด
ผลการศึกษาออกไม่...ง่าย...ฉันนั้น
ควรรีบเร่งในการ...รีบสร้างฝัน
บันไดขั้นสูงนั้น.....สู่เป้าหมาย
            10 จุดเน้นนโยบายให้เป็นกรอบ
เราต้องตอบโจทย์คำถามนี้ให้ได้
กลยุทธ์ที่ท่านมีอยู่ภายใน
คงต้องใช้ทุกไม้เด็ดเข้าประจัน
            เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญประการแรก
บูรณาการเข้าแทรกอย่างสร้างสรรค์
เด็กได้รู้เพราะครูเก่งมากอนันต์
มาร่วมกัน...พัฒนา...Asian....รอ
            ใจและกายที่ทุ่มเทไปทั้งหมด
ร้อยเป็นบทเพื่อเรียนรู้อย่างจดจ่อ
หมวดความรู้ประสบการณ์ให้...เพียงพอ
10  จุดเน้นร่วมสานต่อ...ได้ผลจริง

เรื่องของสีกับชีวิต

         การเข้ากันของสีที่กลมกลืน  เริ่มจากน้ำเงินกับขาว น้ำเงินกับเหลือง  ขาวกับเทา  เทากับดำ  ดำกับขาว  ขาวกับเหลือง  เหลืองกับแดง  แดงกับฟ้า  มาน้ำเงินกับเทาได้อีก  เทากับขาว  เทากับเหลือง  น้ำเงินกับน้ำตาล  น้ำตาลกับขาว  บนลวดลายที่เขาบรรจงประดิษฐ์ด้วยการ Paint  เป็นลวดลายบนที่นอนซึ่งกว่าจะได้ลวดลายกับสีที่กลมกลืนแบบนี้ได้  คงคิดและวางแผนจากผู้ที่มีความสามารถสูงอย่างแน่นอน..นับถือจริง ๆ  เพราะดูแล้วสบายตา  ปลื้มกับฝีมือที่คิดได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง  เราก็พลอยได้ความรู้เรื่องการเข้ากันของสีที่สามารถนำไปใช้แล้วภาพจะออกมาดีได้ด้วย.......ชีวิต...ของใครก็ตามถ้าปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เฉกเช่นกับการเข้ากันของสี...คงจะเป็นชีวิตที่ดูดี....น่ายกย่อง....ชมเชย...และคงจะเป็นชีวิตที่เหมาะสมทีเดียว...สีผสมกันได้หลากหลาย...ชีวิตก็มีแนวปฏิบัติในทิศทางการสร้าง...ศิลปชีวิตที่หลากหลายได้เหมือนกัน....ขอบคุณสีที่ให้ข้อคิดในวันนี้......